ไทยเป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์ ปูทางสู่มาตรฐานสากล

เซี่ยงไฮ้, จีน – 19 ส.ค. – ซินหัว-เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์
ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล (UnionPay International: UPI) และสมาคมธนาคารไทยได้ลงนามข้อตกลงใบอนุญาตมาตรฐานชิปการ์ด (Chip Card Standard License Agreement) ที่กรุงเทพฯเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยข้อตกลงระบุว่า มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์จะเริ่มใช้ที่ธนาคารพาณิชย์ของไทยเพื่อเป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมธนาคารของประเทศ ไทยเป็นประเทศแรกที่ใช้มาตรฐานยูเนี่ยนเพย์ เพื่อเป็นมาตรฐานชิปการ์ดที่เป็นแบบฉบับเดียวกันในประเทศ
จากการทบทวนของสมาคมธนาคารไทยและธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของไทย ในปี 2557 มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ได้รับการรับรอง และแนะนำให้มาตรฐานดังกล่าวเป็นมาตรฐานในการรับชำระเงินหรือการออกบัตรของธนาคารพาณิชย์ไทย ปัจจุบัน การลงนามข้อตกลงใบอนุญาตมาตรฐานระหว่างยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนลและสมาคมธนาคารไทย สะท้อนให้เห็นว่า จีนสามารถบรรลุความก้าวหน้าครั้งสำคัญด้านเทคโนโลยีการเงินที่มีความเสรี ตลอดจนการนำเสนอมาตรฐานในต่างประเทศ นอกจากนี้ ยูเนี่ยนเพย์จะผลักดันให้มีการเปลี่ยนมาใช้บัตรเดบิตและเอทีเอ็มแบบชิปทั่วประเทศไทย
เก่อ หัวหย่ง ประธานยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวในโอกาสครบรอบ 40 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตจีนและไทยว่า การลงนามข้อตกลงใบอนุญาตถือเป็นหลักชัยแห่งความร่วมมือทางการเงินระหว่างจีนและไทย ดังจะเห็นได้จากความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างยูเนี่ยนเพย์และธนาคารพาณิชย์ไทยที่ยกระดับสู่ความร่วมมือด้านมาตรฐานเทคโนโลยี มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์สามารถรองรับมาตรฐาน EMV ในระดับนานาชาติ ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้อุตสาหกรรมธนาคารไทยสามารถใช้ชิปแทนแถบแม่เหล็ก และยกระดับความสามารถในการรองรับมาตรฐานานาชาติ ซึ่งเป็นการวางฐานรากอันแข็งแกร่งสำหรับการใช้งานด้านนวัตกรรมและบริการที่มีมูลค่าเสริม อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพแห่งประสบการณ์การใช้งานของผู้ถือบัตรให้ดียิ่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง
นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า โครงการมาตรฐานชิปการ์ดในไทย เป็นการดำเนินการกลยุทธ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยในการเร่งยกระดับอุตสาหกรรมบัตรธนาคาร มาตรฐานชิปการ์ดของยูเนี่ยนเพย์ได้รับเลือกหลังจากผ่านการพิจารณาที่เข้มงวด ภายหลังการปรึกษาหารือในวงการอย่างกว้างขวาง คาดการณ์กันว่า มาตรฐานนี้จะช่วยส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมบัตรธนาคารในประเทศไทย
ปัจจุบัน บัตรยูเนี่ยนเพย์สามารถใช้งานได้กับตู้เอทีเอ็มเกือบทั้งหมดและร้านค้าราว 70% ซึ่งรวมถึงห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ สนามบิน และร้านดิวตี้ฟรีในย่านใจกลางเมือง ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีสาขา โรงแรมที่มีร้านอาหาร และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในไทย ขณะเดียวกัน ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆก็รับชำระด้วยบัตรและออกบัตรยูเนี่ยนเพย์ด้วยเช่นกัน ชาวไทยในสิงคโปร์ มาเลเซีย และไทยจึงสามารถใช้บัตรยูเนี่ยนเพย์ในการจับจ่ายใช้สอยประจำวัน และในระหว่างท่องเที่ยวต่างประเทศได้บ่อยเท่าที่ต้องการ
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเข้าชมได้ที่ http://www.unionpayintl.com/
แหล่งข่าว: ยูเนี่ยนเพย์ อินเตอร์เนชั่นแนล

AsiaNet61522