กลุ่มองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมของตะวันตกฉุดรั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และเพิ่มต้นทุนให้ผู้ผลิตเยื่อไม้และไม้ซุง

ฮ่องกง—12 ก.ย.—มีเดียเน็ท-อินเตอร์เนชั่นแนล-เอเชียเน็ท/ อินโฟเควสท์

องค์กรเพื่อการพัฒนาอย่างมืออาชีพเปิดเผยว่า นักรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมต้องการเพิ่ม “ตราประทับสีเขียว” ที่จะขูดรีดเงินจากผู้ประกอบการและสกัดกั้นการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมป่าไม้

สถาบัน World Growth ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO) เพื่อการพัฒนาอย่างมืออาชีพ กล่าวประณามนโยบายซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรด้านสิ่งแวดล้อมอย่าง องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) และกรีนพีซ ที่ต้องการเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้ผลิตเยื่อไม้และผู้ประกอบธุรกิจป่าไม้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจโลกกำลังอ่อนแอและตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ซบเซา

นายอลัน ออกซ์ลีย์ (Alan Oxley) ประธานและทูตของ World Growth กล่าวว่า แคมเปญต่างๆขององค์กรด้านสิ่งแวดล้อมที่ไม่แสวงผลกำไรพุ่งเป้าไปที่การกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามมาตรฐานรับรองที่อนุมัติโดยองค์กรด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีแนวโน้มว่า จะทำให้ค่าใช้จ่ายสูงขึ้น ในขณะที่ตลาดเยื่อไม้และไม้ซุงกำลังย่ำแย่

ในการนี้ นายอลันได้เสนอความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรมเยื่อไม้และกระดาษในงานที่จัดขึ้นที่ฮ่องกงในวันนี้ รวมทั้งได้เปิดเผยรายงานฉบับใหม่ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับผลกระทบของนโยบายตามแบบตะวันตกต่อประเทศกำลังพัฒนา ดังต่อไปนี้

“ผู้ผลิตเยื่อกระดาษและไม้ซุงกำลังประสบกับความยากลำบาก เนื่องจากราคาสินค้าลดลง รายได้ของผู้ผลิตเยื่อไม้และไม้ซุงก็กำลังหดตัวลง นอกจากนี้ ผู้ผลิตกระดาษยังต้องเผชิญกับปริมาณอุปสงค์ที่ทรงตัวที่อาจจะกระจายออกจากสหรัฐและยุโรปไปสู่ตลาดเกิดใหม่”

“ความเห็นของกรีนพีซและ WWF ที่มีต่อประเด็นวิกฤตเศรษฐกิจนี้ก็คือ การกำหนดนโยบายปรับขึ้นค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบธุรกิจในอุตสาหกรรมป่าไม้, เยื่อไม้ และกระดาษ”

“องค์กรเหล่านี้กำลังเรียกร้องให้บริษัทต่าง ๆ จ่ายค่าการอนุมัติรับรองความยั่งยืน หรือที่เรียกกันว่า การรับรองจากสภาพิทักษ์ป่าไม้ (Forest Stewardship Council: FSC) ซึ่งมีราคาสูงมาก”

“มีผู้ส่งออกในตลาดส่งออกสำคัญ ๆ เพียงไม่กี่รายเท่านั้นที่จะสามารถจ่ายค่าตราประทับการอนุมัติจากกรีนพีซได้ ผู้ประกอบธุรกิจป่าไม้รายย่อยยิ่งไม่สามารถชำระค่าการรับรองจาก FSC ได้”

“มาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบในเชิงลบต่ออุตสาหกรรมป่าไม้ในประเทศกำลังพัฒนา”

“ทั้งนี้ บรรดาผู้สนับสนุน FSC อ้างว่า การรับรองจาก FSC เป็น “มาตรฐานชั้นเยี่ยม” ของการรับรองการทำธุรกิจป่าไม้ และช่วยส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

“อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับใหม่ของเราได้ชี้ให้เห็นว่า FSC มีจุดบกพร่องด้านการบริหารจัดการและขาดความโปร่งใส นอกจากนี้ FSC ยังมีอคติต่อผู้ประกอบธุรกิจป่าไม้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดเกิดใหม่”

“การวิเคราะห์ชี้ให้เห็นว่า การกำหนดมาตรการในลักษณะนี้ให้กับประเทศส่งออกจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจ ซึ่งรวมถึงมูลค่าเพิ่มที่ลดลงถึงเกือบ 9% และการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมป่าไม้ที่ลดลงประมาณ 12%”

“นโยบายดังกล่าวไม่ใช่แนวทางที่จะช่วยให้เศรษฐกิจฟื้นตัว”

สามารถอ่านรายงานฉบับใหม่ของ World Growth ได้ที่: http://worldgrowth.org/site/wp-content/uploads/2012/09/WG_FSC_SEP12.pdf

ติดต่อ World Growth ได้ที่:
อีเมล: info@world.org
โทร: +61 3 9614 0411

แหล่งข่าว: World Growth

AsiaNet