ประเทศชิลีเพิ่มปริมาณการส่งสินค้าประเภทอาหารและเครื่องไปยังเอเชียร้อยละ 50 ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ซานติอาโก้, ประเทศชิลี 25 ตุลาคม 2011–พีอาร์ นิวส์ไวร์/เอเชียเน็ท/อินโฟเควสท์

 นับจากปี 2006 ถึง 2010 ประเทศชิลีได้เพิ่มการจัดส่งอาหารและเครื่องดื่มไปยังภูมิภาคเอเชียเพื่มขึ้นร้อยละ 50 จากมูลค่า 1,865 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2006 เป็นมูลค่า 2,801 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2010 กลุ่มประเทศปลายทางของสินค้าส่งออกของประเทศชิลีในช่วงปีที่ผ่านมาคือ ประเทศญี่ปุ่น (51%), จีน (17.1%), เกาหลีใต้ (10%) และ ไต้หวัน (5%)

สินค้าส่งออกหลักของประเทศชิลีที่ส่งไปยังเอเชียนั่นคือผลิตภัณฑ์อาหารทะเล โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 43 ของการส่งออก ตามมาด้วย ผลไม้ (14%), อาหารปลา (13%), เนื้อ (10%) และไวน์ (8.5%)

การเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของการส่งออกยังตลาดเอเชียในช่วงสี่ปีที่ผ่านมานั้นเป็นผลจากความพยายามของภาครัฐในการส่งเสริมและทำงานร่วมกันกับภาคการส่งออกของเอกชนในประเทศชิลี  ซึ่งทำให้ภาพรวมของการส่งออกอาหารและเครื่องดื่มไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้เติบโตขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

เว้นแต่ช่วงปี ค.ศ. 2009 ที่มียอดส่งออกลงลงอันเป็นผลเนื่องมาจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในระดับนานาชาติที่เกิดขึ้น  อัตราการเติบโตของการส่งออกของชิลีเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 137 จากปี ค.ศ. 2000 ถึงปี 2010 โดยมีมูลค่ารวมเกือบ 11,700 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2010 ด้วยเหตุนี้ เป้าหมายของประเทศชิลีคือการวางเป้าหมายให้ตนเองเป็น 10 ประเทศแรกผู้ส่งออกอาหารของโลก โดยที่การส่งออกต่อปีอาจแตะถึงระดับ 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2015

ในอดีตที่ผ่านมา ภาคเกษตรกรรมถือเป็นภาคทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศชิลี ดังนั้น ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรมได้กลายมาเป็นภาคส่วนที่สามารถสร้างรายได้เป็นตัวเงินมาเป็นลำดับที่สอง รองมาจากภาคเหมืองแร่  ซึ่งทำให้ประเทศชิลีได้กำหนดบทบาทให้ตนเองให้กลายเป็นผู้เล่นรายสำคัญในตลาดอาหารของโลก ซึ่งปัจจุบันนี้ ประเทศชิลีจัดเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของผลิตภัณฑ์ประเภทนี้โดยอยู่ในลำดับที่ 16

Sabores de Chile, กิจกรรมส่งเสริมที่สำคัญในระดับนานาชาติ

นอกเหนือจากการได้เป็นที่รู้จักกันในระดับนานาชาติในฐานะผู้จัดจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับโภคภัณฑ์อาหารที่ไว้วางใจได้แล้ว ประเทศชิลียังคาดว่าจะทำการเพิ่มการส่งออกรวมถึงความหลากหลายของผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ผ่านการโปรโมทผลิตภัณฑ์ด้วยเพิ่มมูลค่าในกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกซึ่งจะเป็นส่วนช่วยดึงดูดทั้งนักธุรกิจภายในประเทศ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้นำทางความคิดและผู้บริหารในเมืองต่างๆ ทั่วโลก

Sabores de Chile [‘รสชาติแห่งชิลี’] คือชื่อของกิจกรรมที่อยู่ภายใต้กรอบกลยุทธ์ของประเทศชิลีวางตำแหน่งของประเทศให้อยู่ในฐานะมหาอำนาจด้านอาหาร เป็นงานกิจกรรมที่จะช่วยในการให้ข้อมูลเกี่ยวกับคุณลักษณะของโภคภัณฑ์ด้านอาหารของประเทศชิลีให้แก่นักธุรกิจและผู้บริโภคทั้งในภาคการนำเข้าและการกระจายสินค้า โดยมุ่งหวังเพื่อช่วยในการวางตำแหน่งว่าเป็นประเทศผู้ส่งออกอาหารที่มีคุณภาพและน่าเชื่อถือโดยจัดจำหน่ายอาหารที่มีทั้งความปลอดภัยและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ

นับจากปี 2007 เป็นต้นมา งานกิจกรรมส่งเสริมการส่งออกมากกว่า 20 งาน ได้ถูกจัดขึ้นตามเมืองต่างๆ อาทิ ฮัมบวร์ก ลอนดอน มาดริด และกรุงเม็กซิโก ในปี 2011 มอสโคว์ (23-24 มิถุนายน) อิสตันบุล (27-28 มิถุนายน) และ ซานเปาโล (29-30 สิงหาคม) ได้จัดกิจกรรมเหล่านี้ขึ้น และจะจัดกิจกรรมเช่นเดียวกันที่เมืองกวางเจา (7-8 พฤศจิกายน) และกรุงกัวลาลัมเปอร์ (10-11) โดยที่มีบริษัทด้านอาหารและเครื่องดื่มของประเทศชิลีเข้าร่วมมากกว่า 20 บริษัท

ประเทศจีน ประเทศคู่ค้าหลักของประเทศชิลี

นับตั้งแต่ที่ได้เข้าลงนามในสนธิสัญญาการค้าเสรีกับประเทศจีน การส่งออกของประเทศชิลีได้เติบโตขึ้นเฉลี่ยต่อปีร้อยละ 29 ซึ่งเป็นสิ่งยืนยันว่าประเทศจีนเป็นประเทศคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของชิลี ซึ่งได้แซงหน้าประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเคยเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดมาก่อนจนถึงปี 2009

ในเดือนตุลาคม จากการสังเกตในช่วงครบรอบห้าปี ในช่วงเวลานั้นการส่งออกของประเทศชิลีได้เติบโตขึ้นในอัตราเฉลี่ยต่อปีคิดเป็นร้อยละ 29 ทั้งนี้ตามข้อมูลของหน่วยงานการบริหารงานทั่วไปของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของประเทศชิลี การค้าระหว่างทั้งสองประเทศในปี 2010 ได้มีมูลค่าสูงถึง 27.2 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมีการขยายตัวถึงร้อยละ 46 เมื่อเทียบกับปี 2009 โดยที่ไม่ได้มีการพิจารณาลงในรายละเอียดเพิ่มขึ้น ตัวเลขดังกล่าวนี้คิดเป็นร้อยละ 21 ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศของชิลีในปี 2010

ชิลีถือเป็นประเทศแรกในโลกที่ประเทศจีนได้ลงนามข้อตกลงการค้าเสรี ด้วยเหตนี้ กลยุทธ์ด้านการค้าของประเทศชิลีจึงประกอบไปด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งระหว่างสองประเทศให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพิ่มความหลายกหลายของผลิตภัณฑ์สินค้าส่งออกให้มากขึ้น

เนื่องจากที่ผ่านมา นอกเหนือจากการส่งออกทองแดง โดยคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 55 ของการส่งออกทั้งหมดของชิลีไปยังประเทศจีน ขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะส่งเสริมสินค้าประเภทอาหารและเครื่องดื่มอันหลากหลายไปยังประเทศจีน แม้ว่าจะมีอุปสรรคในด้านความห่างไกลและการแข่งขันที่เข้มข้นก็ตาม ชิลีได้ปูทางให้ตนเองเป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญในการส่งออกสินค้าหลากหลายรายการในภาคอาหารและเครื่องดื่มนี้

ในปี 2010 ร้อยละ 81 ของปลาเทราต์แช่แข็งที่นำเข้าโดยประเทศจีนมีถิ่นกำเนิดอยู่ที่ประเทศชิลี ซึ่งถือเป็นสัดส่วนการส่งออกที่มากที่สุดโดยยังรวมถึงการนำเข้าเชอรี่สด (75%), ลูกพลัมสด (74%), แอปเปิ้ลสด (70%),  ผลไม้แช่แข็ง (58%), องุ่นสด  (51%) และการส่งออกไวน์ในปริมาณมาก (35%)

กล่าวได้อีกประการหนึ่งว่า ประเทศชิลีถือเป็นประเทศผู้จัดจำหน่ายอาหารที่ปรุงจากเนื้อปลารายใหญ่เป็นลำดับสองไปยังประเทศจีน และถือเป็นลำดับที่สามของปลาแซลมอนแช่แข็งชนิดก้อน และลำดับที่สี่ของผู้จัดจำหน่ายไวน์บรรจุขวด ในปัจจุบัน ร้อยละ 2 ของสินค้าส่งออกจากชิลีไปยังประเทศจีนมาจากภาคอาหาร จากตัวเลขที่ปรากฎได้ชี้ให้เห็นถึงศักยภาพในการเติบโตที่สดใสเป็นอย่างมาก

มาเลเซีย ประเทศที่มีศักยภาพของการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

ความสัมพันธ์ทางการค้าอันดีระหว่างชิลีและมาเลเซียได้พิสูจน์ให้เห็นจากการลงนามในสนธิสัญญาการค้าเสรีของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ทางชิลีสามารถเข้าถึงตลาดที่มีประชากรเกือบ 28 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างและยกระดับความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองประเทศให้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น

ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลก เมื่อเร็วๆ นี้ประเทศมาเลเซียได้กลายมาเป็นผู้จัดจำหน่ายพลังงานรายสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  เหตุการณ์เช่นนี้ช่วยกระตุ้นความสนใจของประเทศชิลีในการทำข้อตกลงทางการค้ากับมาเลเซียอีกด้วย นอกจากนี้ หลังจากการศึกษาร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศ ยังมีตลาดเฉพาะกลุ่มอื่นๆ ที่ยังสามารถทำการตลาดได้ เช่น ภาคธุรกิจการเกษตร เป้นต้น

ดังนั้น  เมื่อข้อตกลงมีผลบังคับใช้ ผลิตภัณฑ์ของชิลี อาทิ เนื้อ ปลา ผลไม้สด นมพง โยเกิร์ต ชีส และผลิตภัณฑ์ชีสสามารถส่งออกไปยังประเทศมาเลเซียโดยไม่เสียภาษีนำเข้า ในทางกลับกัน มาเลเซียก็สามารถส่งออกสินค้ามายังชิลีได้ร้อยละ 95 ของยอดส่งออกทั้งหมดโดยไม่เสียภาษีนำเข้าเช่นกัน

แหล่งข่าว ProChile

ติดต่อ: Jorge Diaz Salinas: โทร. +56-2-827-5391, jodiaz@prochile.gob.cl

            AsiaNet46897