ผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ที่บรรลุเป้าหมายการตรวจระดับค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA[1c]) โดยใช้ยา Apidra(R) ร่วมกับ Lantus(R) มีจำนวนมากกว่าผู้ป่วยที่ใช้อินซูลินสำเร็จรูปวันละ 2 ครั้ง

ปารีส, 12 ก.ย. / พีอาร์นิวสไวร์ – เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

– การทดลองภายใต้การควบคุมแบบสุ่มตรวจครั้งแรกเผยให้เห็นว่า การรักษาด้วยวิธีการเพิ่มอินซูลินพื้นฐาน (Basal Plus Regimen) มีประสิทธิภาพในการควบคุมดัชนีน้ำตาลในเลือดมากกว่าโดยให้ผลของระดับน้ำตาลในเลือดต่ำที่น้อยกว่าการใช้อินซูลินสำเร็จรูป (Aspart Premixed Insulin)

ซาโนฟี่ (Sanofi) (EURONEXT: SAN and NYSE: SNY) เปิดเผยข้อมูลที่นำเสนอในการประชุมประจำปีครั้งที่ 47 ของสมาคมการศึกษาโรคเบาหวานแห่งยุโรปที่แสดงให้เห็นว่า การเพิ่มยา Apidra(R) (insulin glulisine) ในมื้ออาหาร ร่วมกับยา Lantus(R) (insulin glargine) ให้ผลในการรักษาที่ดีกว่าโดยทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำน้อยกว่าการใช้อินซูลินสำเร็จรูปวันละสองครั้ง

“การทดลองครั้งนี้ได้ทำการเปรียบเทียบการใช้อินซูลินเข้มข้น 3 รูปแบบเพิ่มเติมจากยารับประทานเพื่อรักษาโรคเบาหวานประเภท 2 ดังนี้ เปรียบเทียบการใช้อินซูลินสำเร็จรูปวันละ 2 ครั้ง กับการใช้อินซูลินglargine ร่วมกับ 1 prandial glulisine หรือการเพิ่มอินซูลิน glulisine ที่ละน้อยร่วมกับอินซูลิน glargine” [ABSTRACT 3515]

ผลการทดลองจากทุกกลุ่มเป้าหมายเผยให้เห็นว่าผู้ป่วยเบาหวานประเภท 2 ที่ไม่ประสบความสำเร็จในการรักษาด้วยยาต้านเบาหวานชนิดรับประทานนั้นอาจเห็นผลการรักษาที่คืบหน้าเมื่อใช้อินซูลินเข้มข้น การเพิ่มอินซูลิน Apidra(R) เสริมเข้าไปในมื้ออาหารเพิ่มเติมจากการใช้ยา Lantus(R) เป็นพื้นฐานนั้น เป็นแนวทางการรักษาที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มความเข้มข้นของอินซูลิน ซึ่งทำให้มีการดูแลรักษาที่ต่อเนื่องตลอดระยะเวลาของการเป็นเบาหวาน

การเพิ่มขนาดยา Apidra(R) prandial ทีละน้อยในมื้ออาหารร่วมกับการรักษาด้วยยา Lantus(R) ยังเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพสำหรับเกณฑ์การรักษาด้วยยารับประทานขั้นพื้นฐานที่สมบูรณ์แบบ

การทดลองทุกกลุ่มเป้าหมายดำเนินการในลักษณะการทดลองแบบเปิดโดยใช้วิธีสุ่มตรวจเป็นเวลา 60 สัปดาห์เพื่อเปรียบเทียบประสิทธิภาพ ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ และน้ำหนักตัวในผู้ป่วยโรคเบาหวานประเภท 2 ที่เข้ารับการรักษาโดยใช้อินซูลินที่แตกต่างกัน 3 ชนิด ได้แก่ อินซูลินสำเร็จรูป 70/30 protamine-aspart/aspart แบบวันละ 2 ครั้ง (n = 192) ยา Lantus(R) ร่วมกับยา Apidra(R) แบบรับประทานพร้อมมื้ออาหารขนาด 1 โดส (n = 189) และยา Lantus(R) ร่วมกับการเพิ่มยา Apidra(R) ทีละขั้น (n = 191)

ผู้ป่วยที่บรรลุเป้าหมายการตรวจระดับค่าน้ำตาลสะสมในเลือด หรือ HbA1c