ส.ว.สหรัฐจี้หน่วยงานราชการเร่งขายอสังหาฯไร้ประโยชน์เพื่อประหยัดงบ

วุฒิสมาชิกสหรัฐสองรายกำลังเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางเร่งดำเนินการขายอาคารต่างๆที่ไม่จำเป็นและเป็นเหตุให้สิ้นเปลืองเงินภาษีประชาชนหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งถือเป็นความพยายามหนึ่งในการควบคุมภาระค่าใช้จ่ายที่สิ้นเปลืองภายในรัฐบาลกลาง
นายทอม คาร์เปอร์ ส.ว.รัฐเดลาแวร์จากพรรคเดโมแครต ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการการเงินของรัฐบาลกลาง ภายใต้คณะกรรมการกำกับดูแลบริหารราชการและความมั่นคงแห่งรัฐ และนายร็อบ พอร์ทแมน ส.ว.รัฐโอไฮโอจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งเป็นอดีตผู้อำนวยการด้านงบประมาณของทำเนียบขาว ได้ขอให้หน่วยงาน 8 แห่งรายงานความคืบหน้าการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงานในการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ไม่จำเป็นหรือใช้งานได้ไม่เต็มที่
จดหมายที่ส่งถึงหน่วยงานรัฐเมื่อวันอังคารแต่ได้รับการเปิดเผยเมื่อวานนี้ มีขึ้นท่ามกลางแรงผลักดันจากคณะบริหารของประธานาธิบดี บารัค โอบามา ที่ต้องการให้รัฐบาลกลางประหยัดเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปีงบประมาณนี้ ผ่านทางการขายอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว โดยปีงบประมาณ 2555 จะสิ้นสุดในเดือนกันยายนปีหน้า
“การขายอาคารที่ไม่จำเป็นทิ้งไป, การลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา รวมถึงการรวบรวมและปรับพิ้นที่ว่างที่มีอยู่เสียใหม่ จะช่วยให้เราประหยัดเงินภาษีประชาชนและช่วยให้รัฐบาลทำงานเพื่อประชาชนได้ดีขึ้น” วุฒิสมาชิกทั้งสองระบุในจดหมาย

นักวิเคราะห์คาดส่วนต่างสัญญาน้ำมันดิบโลกอาจพุ่งแตะ $40/บาร์เรล

หัวหน้านักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่า ส่วนต่างระหว่างราคาสัญญาน้ำมันดิบในสหรัฐและยุโรปซึ่งพุ่งทำสถิติในปีนี้ อาจทะยานขึ้นเป็นมากกว่า 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลภายในฤดูร้อนปีหน้า
นายเอ็ดเวิร์ด มอร์ส หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินค้าโภคภัณฑ์โลกของซีตี้ ระบุในรายงานว่า ส่วนต่างระหว่างสัญญาน้ำมันดิบในตลาด New York Mercantile Exchange (NYMEX) และสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ในตลาด ICE Futures Europe ทำสถิติสูงสุดที่เหนือระดับ 22 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนที่แล้ว ที่ผ่านมา สัญญาน้ำมันดิบสองรายการดังกล่าวมีราคาซื้อขายต่างกันไม่กี่ดอลลาร์ แต่สต็อคน้ำมันดิบที่ทะยานขึ้นที่เมืองคุชชิง รัฐโอกลาโฮมา ซึ่งเป็นจุดส่งมอบน้ำมันตามสัญญาในตลาด NYMEX ได้ส่งผลกดดันราคาสัญญาน้ำมันสหรัฐในปีนี้
ขณะเดียวกัน ปัญหาการผลิตในทะเลเหนือซึ่งเป็นแหล่งน้ำมันดิบเบรนท์ก็ได้หนุนราคาสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ให้พุ่งขึ้น
ส่วนต่าง หรือค่าสเปรด ระหว่างสัญญาน้ำมันดิบหลักทั้งสองมีแนวโน้มว่าจะขยายกว้างขึ้นอีก เนื่องจากการผลิตน้ำมันที่ทะยานขึ้นในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา และปัญหาด้านอุปทานน้ำมันดิบเบรนท์ที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง โดยนายมอร์สกล่าวว่า ค่าสเปรดอาจแตะ 40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลหรือสูงกว่า” ภายในฤดูร้อนปี 2555
เขาเสริมว่า อัตราการผลิตน้ำมันในอเมริกาเหนือนั้นไปเร็วกว่ามากเมื่อเทียบกับอัตราการก่อสร้างท่อส่งและถังบรรจุน้ำมันแห่งใหม่ ซึ่งอาจส่งผลให้การผลิตถูกกักไว้