ผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าต่างเรียกร้องให้มีการจัดการปัญหาสมองขาดเลือด

ในแถบเอเชียแปซิฟิคอย่างเร่งด่วน

กัวลาลัมเปอร์ 6 พฤษภาคม 2011 – รายงานข้อมูลชุดใหม่ How Can We Avoid a Stroke Crisis in the Asia-Pacific Region? เปิดเผยว่าจำเป็นต้องมีการประสานความร่วมมือกันอย่างเร่งด่วนเพื่อหลีกเลี่ยงภาวะ
สมองขาดเลือดกับผู้ป่วยอีกนับล้านรายที่สามารถหลีกเลี่ยงได้ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการกล้ามเนื้อหัวใจกระตุก (AF) ได้รับผลกระทบทั้งในทางร่างกายและจิตใจ หรือแม้แต่เสียชีวิตอย่างต่อเนื่องในแต่ละปี

สามารถดูข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ :
http://multivu.prnewswire.com/mnr/prne/strikeoutstroke/48909/

รายงานดังกล่าวซึ่งเปิดเผยในวันนี้ระหว่างงาน Asian Pacific Congress of Cardiology (APCC) ครั้งที่ 18 โดย Action for Stroke Prevention กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมสุขภาพจากทั่วโลก เพื่อเรียกร้องให้มีการ
กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อป้องกันภาวะสมองขาดเลือดในผู้ป่วยแถบเอเชียแปซิฟิคที่มีอาการ AF หรือภาวะ
หัวใจเต้นผิดจังหวะ หนึ่งในสาเหตุสำคัญของภาวะสมองขาดเลือด2 คำแนะนำจากผลการรายงานดังกล่าวได้รับ
การสนับสนุนจากสมาคมการแพทย์และหน่วยงานเพื่อการดูแลผู้ป่วยชั้นนำ 32 แห่งทั้งในแถบเอเชียแปซิฟิค
และในระดับสากล เพื่อให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความจำเป็นในการจัดการอย่างภาวะโรคนี้อย่างจริงจัง

ปัญหาภาวะสมองขาดเลือดที่แพร่กระจายทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และในพื้นที่อื่น ๆ ของโลกอาจส่งผลกระทบ
รุนแรงอย่างชัดเจนหากไม่มีการจัดการในตอนนี้เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยโรคสมองขาดเลือดที่สามารถป้องกันได้ซึ่งพบอยู่ทุกปี Dr. Sim Kui Hian

หัวหน้าแผนกหลอดเลือดหัวใจ ศูนย์วิจัยทางการแพทย์โรงพยาบาล Sarawak ประเทศมาเลเซียกล่าวว่า “ภาวะสมองขาดเลือดที่เกิดขึ้นทั่วเอเชียมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค และ
ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพที่รุนแรงและเป็นภาระทางเศรษฐกิจของประเทศ สมาชิกกลุ่ม Action for Stroke Prevention จึงได้ร่วมกันประชาสัมพันธ์ความเสี่ยงจากปัญหาโรคสมองขาดเลือดที่เกิดขึ้น และเร่งเร้าให้ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบาย ภาครัฐ กลุ่มผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ กลุ่มผู้ป่วยและ
สมาคมการแพทย์ต่าง ๆ กำหนดแนวทางอย่างจริงจังเพื่อป้องกันผลกระทบจากโรคสมองขาดเลือด
ที่มีต่อบุคคล ครอบครัวและผู้ดูแล”

ข้อเสนอแนะจากรายงานดังกล่าวประกอบไปด้วย:
* การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับผลกระทบจากภาวะ AF และภาวะสมองขาดเลือดเนื่องจากภาวะ AF เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง
* การกำหนดวิธีเพื่อการวินิจฉัยภาวะ AF แต่เนิ่น ๆ อย่างเหมาะสม รวมทั้งการประเมินปัจจัยเสี่ยง
ต่อภาวะสมองขาดเลือด
* การกำหนดแนวทางใหม่ที่ดีกว่าเพื่อป้องกันภาวะสมองขาดเลือดในผู้ป่วยกลุ่ม AF
* ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินการที่ดีที่สุดระหว่างภาครัฐในแถบเอเชียแปซิฟิค
* พัฒนาแนวทางเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดได้
* การกำหนดแนวทางการรักษาผู้ป่วยที่เท่าเทียมกันและเหมาะสมสำหรับผู้ป่วยกลุ่ม AF ในประเทศต่าง ๆ ในแถบเอเชียแปซิฟิค
* การพัฒนาด้านการวิจัยเพื่อศึกษาสาเหตุ การป้องกันและการจัดการภาวะ AF และการแก้ไขปัญหา
การขาดแคลนข้อมูลทางระบาดวิทยาในพื้นที่แถบเอเชียแปซิฟิค

โรคสมองขาดเลือดสามารถป้องกันได้ – ร่วมกันป้องกันอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้
“เนื่องจากภาวะสมองขาดเลือดจำนวนมากมีสาเหตุมาจากภาวะ AF ซึ่งสามารถป้องกันได้เราจึงเชื่อว่า
การปฏิบัติตามข้อเสนอแนะเหล่านี้จะมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคสมองขาดเลือดในผู้ป่วยกลุ่ม AF และในทางกลับกันก็จะช่วยลดภาระแก่แพทย์ ภาระทางการเงินและสังคมเนื่องจากโรคสมองขาด
เลือดในแถบเอเชียแปซิฟิค” Professor Gregory Lip ผู้เชี่ยวชาญสาขาหลอดเลือดหัวใจ Medicine, University of Birmingham Centre for Cardiovascular Sciences, City Hospital Birmingham ประเทศอังกฤษกล่าว

ทุกปี ประชากรทั่วโลกกว่า 15 ล้านคนได้รับผลกระทบจากภาวะสมองขาดเลือด12 ประมาณห้าล้านรายจาก
จำนวนนี้พิการในเวลาต่อมา และอีกกว่าห้าล้านคนเสียชีวิต ซึ่งเป็นสัดส่วนมากถึง 10% ของการเสียชีวิต
ทั้งหมดทั่วโลก12-14

ในเอเชียแปซิฟิคช่วงปี 2004 มีผู้ป่วยที่รอดชีวิตจากสมองขาดเลือดประมาณ 4.4 ล้านคนในแถบเอเชีย
ตะวันออกเฉียงใต้ และ 9.1 ล้านคนในแถบแปซิฟิคตะวันตก14 ในปีเดียวกัน จำนวนผู้ป่วยที่เกิดภาวะสมอง
ขาดเลือดเป็นครั้งแรกเท่ากับ 5.1 ล้านคนในแถบพื้นที่เดียวกันนี้15 ซึ่งสูงกว่าค่าโดยประมาณของผู้ป่วย
โรคมะเร็งรายใหม่มาก15

ผู้ป่วยสมองขาดเลือดเนื่องจากภาวะ AF มักจะต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลยาวนานกว่า และมักไม่ได้รับ
อนุญาตให้กลับบ้าน อีกทั้งมีโอกาสพิการ16,17 ในอัตราที่สูงกว่าผู้ป่วยที่สมองขาดเลือดโดยไม่มีสาเหตุมาจาก
ภาวะ AF ถึง 50% ผู้ป่วยในแถบเอเชียแปซิฟิคที่เกิดภาวะ AF มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะใน
ประเทศจีน พบว่ามีผู้ป่วยกลุ่ม AF มากถึงแปดล้านราย18,19

“ทุกปี ผู้ป่วยในช่วงอายุต่าง ๆ นับล้านที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจกระตุกและเกิดอาการสมองขาดเลือด
ต้องอยู่ในสภาพพิการ” Trudie Lobban ผู้ก่อตั้งและผู้ดูแล Arrhythmia Alliance และผู้ร่วมก่อตั้ง รวมทั้ง CEO ของ Atrial Fibrillation Association กล่าว“หากเราไม่ใช่ผู้ป่วยภาวะกล้ามเนื้อหัวใจกระตุก ก็ยังมี
โอกาสที่เราจะต้องดูแลหรือรู้จักกับคนที่มีอาการเหล่านี้ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน

เพื่อปรับปรุงแนวทางการวินิจฉัยและดูแลภาวะ AF เพื่อป้องกันผลกระทบต่อชีวิตของผู้ป่วยที่สมอง
ขาดเลือด รวมทั้งกับผู้ที่ต้องดูแลผู้ป่วย

ภาระทางเศรษฐกิจในปัจจุบันเนื่องจากอาการสมองขาดเลือดสำหรับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียแปซิฟิคเป็นปัญหา
ที่น่ากังวลอยู่ไม่น้อย เช่นในกรณีของประเทศจีน รัฐบาลต้องสูญเสียเงินรายได้ถึง 558,000 ล้านเหรียญเนื่อง
จากผู้ป่วยโรคหัวใจ สมองขาดเลือดและเบาหวาน20

ที่สำคัญไปกว่านั้นคือผลกระทบจากภาวะสมองขาดเลือดคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเชื่อว่าจะมี
ผู้ป่วยกลุ่ม AF เพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากมีประชากรสูงอายุเป็นจำนวนมาก และอัตรารอดชีวิตที่สูงขึ้นสำหรับผู้ป่วย
ที่มีปัจจัยเอื้อต่อภาวะ AF (เช่น หัวใจวาย)
– จบ –

Action for Stroke Prevention เป็นโครงการภายใต้ทุนสนับสนุนเพื่อการศึกษาวิจัยจาก
Bayer HealthCare รายงานและเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดผ่านการพิจารณาโดยผู้จัดทำ โดยไม่อยู่ภายใต้การควบคุมของ Bayer HealthCare.

ข้อมูลติดต่อ
Erika Aalto Melissa Gonzalez
อีเมล: e.aalto@togorun.net อีเมล: m.gonzalez@togorun.net
โทร: +44 (0) 207 554 1708 โทร: +1 (212) 453 2047

ข้อมูลอ้่างอิง

1. Liu LS, Caguioa ES, Park CG et al. Reducing stroke risk in hypertensive patients: Asian Consensus Conference recommendations. Int J Stroke 2006;1:150–7
2. Kannel WB, Benjamin EJ et al. Prevalence, incidence, prognosis, and predisposing conditions for atrial fibrillation: population-based estimates. Am J Cardiol 1998;82:457-507
3. Wolf PA, Abbott RD, Kannel WB. Atrial fibrillation as an independent risk factor for stroke: the Framingham Study. Stroke 1991;22:983–8
4. American College of Cardiology. CardioSmart. Atrial fibrillation. 2010
5. Marini C, De Santis F, Sacco S et al. Contribution of atrial fibrillation to incidence and outcome of ischemic stroke: results from a population based study. Stroke 2005;36:1115–19
6. Wolfe CD. The impact of stroke. Br Med Bull 2000;56:275-86
7. White CL, Poissant L, Cote-LeBlanc G et al. Long-term caregiving after stroke: the impact on caregivers’ quality of life. J Neurosci Nurs. 2006;38:354–60
8. Wei et al. Variations and determinants of hospital costs for acute stroke in China. PLoS One 2010;28; 5(9):e13041. doi:10.1371/journal.pone.0013041
9. Go AS, Hylek EM, Phillips KA et al. Prevalence of diagnosed atrial fibrillation in adults: national implications for rhythm management
10. Murphy NF, Simpson CR, Jhund PS et al. A national survey of the prevalence, incidence, primary care burden and treatment of atrial fibrillation in Scotland. Heart 2007;93:606–12
11. Kirchhof et al. Early and comprehensive management of atrial fibrillation: Proceedings from the 2nd AFNET/EHRA consensus conference on AF entitled ‘research perspectives in AF’. EurHJ 2009
12. Wolfe C, Rudd A. The Burden of Stroke White Paper: Raising awareness of the global toll of stroke-related disability and death, 2007. http://www.safestroke.org/Portals/10/FINAL%20Burden%20of%20
Stroke.pdf. Accessed March 2011
13. World Health Organization. The Atlas of Heart Disease and Stroke. 2004 http://www.who.int/cardiovascular_diseases/resources/atlas/en/. Accessed March 2011
14. World Health Organization. The global burden of disease: 2004 update. Disease and injury regional estimates for 2004. Prevalence for WHO regions. 2008. http://www.who.int/entity/healthinfo/ global_burden_disease/PREV6%202004.xls. Accessed March 2011
15. World Health Organization. The global burden of disease: 2004 update. 2008http://www.who.int/healthinfo/global_burden_disease/GBD_ report_2004update_full.pdf. Accessed March 2011
16. Lamassa M, Di Carlo A, Pracucci G et al. Characteristics, outcome, and care of stroke associated with atrial fibrillation in Europe: data from a multicenter multinational hospital based registry (The European Community Stroke Project). Stroke 2001;32:392–8
17. J?rgensen HS, Nakayama H, Reith J et al. Acute stroke with atrial fibrillation. The Copenhagen Stroke Study. Stroke 1996;27:1765–9
18. Zhou Z, Hu D. An epidemiological study on the prevalence of atrial fibrillation in the Chinese population of mainland China. J Epidermiol 2008;18:209-16
19. Hu D, Sun Y. Epidemiology, risk factors for stroke, and management of atrial fibrillation in China. JACC 2008;52:865–8
20. World Health Organization. Cardiovascular diseases (CVDs): Fact sheet N?317. 2011 http://www.who.int/mediacentre/factsheets/fs317/en/index.html. Accessed March 2011

1