ที่ประชุมใหญ่ของสมาคมศึกษาโรคตับแห่งยุโรปวันที่ 30 มีนาคม – 3 เมษายน 2554 ในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนีนำเสนอ VCTE(TM) อุปกรณ์ชั้นนำสำหรับการประเมินโรคตับที่พัฒนาโดย Echosens

ปารีส, 22 เม.ย. / พีอาร์นิวสไวร์ – เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

ในการประชุมใหญ่ครั้งที่ 46 ของสมาคมศึกษาโรคตับแห่งยุโรป (EASL) ได้มีการนำเสนออุปกรณ์ Vibration Controlled Transient Elastography หรือ VCTE(TM) (เครื่องวัดระดับความยืดหยุ่นแบบชั่วคราวที่ควบคุมด้วยแรงสั่นสะเทือน) ของ Echosens ซึ่งชูจุดเด่นในฐานะที่เป็นผลิตภัณฑ์ชั้นนำด้านการศึกษาโรคตับ การใช้อุปกรณ์ดังกล่าวเป็นวิธีการเดียวในการประเมินสภาพความยืดหยุ่นที่มีการกำหนดค่าความถี่ไว้ล่วงหน้า (50 เฮิร์ตซ์) ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญเนื่องจากระดับความยืดหยุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นตามความถี่ที่สูงขึ้น

ทุกวันนี้ ปัจจัยด้านความยืดหยุ่นของตับถูกมองว่าเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงอาการผิดปกติเกี่ยวกับตับเนื่องจากปัจจัยดังกล่าวสัมพันธ์กับการเกิดพังผืดในตับและโรคตับแข็ง รวมถึงโรคอื่นๆ เช่น ความดันในหลอดเลือดดำของตับ ตับอักเสบ การคั่งในตับ และโรคตับชนิด cholestasia ซึ่งเกิดจากโรคตับเรื้อรัง

เครื่อง FibroScan(R)502 Touch
ผลิตภัณฑ์ FibroScan(R)502 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการวัดปริมาณพังผืดในตับได้โดยไม่ต้องผ่าตัดใหญ่นั้น ได้มีการพัฒนาและขณะนี้สามารถใช้งานได้ในเวอร์ชั่น “Touchscreen”
– ระบบอินเตอร์เฟซของจอทัชสกรีนรุ่นใหม่เหมาะกับลักษณะทางสรีรศาสตร์และใช้งานได้สะดวกมากขึ้น
– มีการตรวจโรคที่เร็วขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 3 ของเวลาที่มีอยู่
– บริหารจัดการแฟ้มประวัติคนไข้ได้ดีขึ้น
– รายงานการตรวจร่างกายคนไข้เฉพาะรายได้อย่างครบถ้วน
– คำแนะนำสำหรับตรวจสอบการใช้งาน (M หรือ XL)

โซลูชั่นบนโต๊ะทำงาน
ซอฟท์แวร์รายงานผลรุ่นใหม่และระบบจัดการข้อมูลการตรวจรักษาสามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย คุณสามารถส่งข้อมูลจากเครื่อง FibroScan(R) และจัดระเบียบข้อมูลคนไข้แต่ละราย รวมถึงยืนยันผลการตรวจรักษาได้ดีขึ้น และย้อนดูภาพอิลาสโตแกรมได้จากเครื่องคอมพิวเตอร์ของแพทย์

CAP(TM) (Controlled Attenuation Parameter)
นวัตกรรมชิ้นนี้ซึ่งมีการประยุกต์ให้สามารถใช้งานกับเครื่อง FibroScan(R) นั้นสามารถแสดงปริมาณไขมันในตับอย่างละเอียด อัตราการเกิดโรคเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญในร่างกาย (เบาหวานประเภท 2 หรือโรคอ้วน) ขยายตัวอย่างรวดเร็วไปทั่วโลก ความผิดปกติเหล่านี้ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆ ซึ่งรวมถึงโรคตับอักเสบจากการสะสมของไขมัน (non-alcoholic steatohepatitis) โดยไขมันดังกล่าวอาจเกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์

CAP จะกลายเป็นเครื่องมือที่ได้มาตรฐานในการตรวจหาและแสดงปริมาณไขมัน ในระหว่างการประชุมใหญ่ครั้งนี้ ศาสตราจารย์วิคเตอร์ เดอ เลแดงจอง (Victor de L?dinghen) (University Medical Center of Bordeaux) ได้นำเสนอผลการศึกษาระยะยาวของการใช้อุปกรณ์ CAP(TM) ซึ่งประเมินผลด้วยการใช้เครื่อง FibroScan(R) การศึกษาดังกล่าวจัดทำขึ้นในผู้ป่วย 112 รายที่ได้รับการตัดเนื้อเยื่อตับไปตรวจ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาโรคเรื้อรัง (โรคตับอักเสบซี 36% โรคตับอักเสบบี 4% โรคดื่มสุราเกินขนาด 5% โรคไขมันคั่งในตับ (NAFLD) 25% และโรคอื่นๆ 30%) การศึกษาฉบับนี้แสดงให้เห็นถึงคุณสมบัติการทำงานที่ดีกว่าของ CAP(TM) เมื่อเทียบกับ SteatoTest(R) หรือข้อมูลดัชนี Fatty Liver Index (ซึ่งอ้างอิงจากปัจจัยชี้วัดทางชีววิทยาและปัจจัยชี้วัดทางคลินิก)

แหล่งข่าว: Echosens

AsiaNet 44323