NICE แนะนำให้เด็กและเยาวชนทุกคนที่อาจเป็นโรคแพ้อาหารเข้ารับการตรวจเพื่อยืนยัน

อุปซาลา, สวีเดน, 23 ก.พ. / พีอาร์นิวส์ไวร์ – เอเชียเน็ท / – –

สถาบันความเป็นเลิศทางคลินิกและสุขภาพแห่งชาติ (National Institute for health and Clinical Excellence: NICE) เปิดเผยแนวทาง (Guidelines) แรกสำหรับแก้ปัญหาโรคแพ้อาหารในเด็กและเยาวชน โดยแนะนำให้หน่วยบริการปฐมภูมิของ NHS และหน่วยบริการสาธารณสุขในชุมชน ตรวจโรคแพ้อาหารเป็นกิจวัตรเพื่อยืนยันว่าเด็กแพ้อาหารจริงหรือไม่ แนวทางใหม่นี้จะช่วยสนับสนุนการวินิจฉัยและการประเมินอาการของโรคในเบื้องต้น และการทดสอบก็ถือว่าคุ้มค่าเมื่อเทียบกับการไม่ทดสอบ

(โลโก้: http://www.newscom.com/cgi-bin/prnh/20101208/425503 )

– “แนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับหลักฐาน ซึ่งหากมีการนำไปใช้จริงก็จะช่วยพัฒนาการรักษาเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่แพ้อาหาร” ศาสตราจารย์อาซิซ เชค (Aziz Sheikh) หัวหน้า University of Edinburgh’s Allergy & Respiratory Research Group และ Royal College of General Practitioners Clinical Champion for Allergy กล่าว

อาหารถือเป็นปัญหาสุขภาพปัญหาใหญ่สำหรับเด็กในประเทศตะวันตก เนื่องจากอาการแพ้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่รุนแรง ขณะที่ความชุกของโรคก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

โรคแพ้อาหารอาจก่อให้เกิดปฏิกิริยาการแพ้ที่รุนแรงและอาจถึงขั้นเสียชีวิต สำหรับผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดร่วมด้วยจะมีปฏิกิริยาที่รุนแรงที่สุดจนอาจต้องเข้ารับการรักษาในห้องไอซียู ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาโรคแพ้อาหารนอกเหนือจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้เกิดอาการแพ้และรักษาไปตามอาการแพ้ที่เกิดขึ้น ทั้งนี้ ความชุกของโรคแพ้อาหารในยุโรปและอเมริกาเหนืออยู่ที่ระดับ 6-8% ในเด็กอายุต่ำกว่า 3 ขวบ

NICE แนะนำว่าเด็กและเยาวชนทุกคนที่อาจเป็นโรคแพ้อาหารแบบ IgE-mediated allergy ควรได้รับการทดสอบการแพ้อาหาร เช่น การตรวจเลือดด้วยชุดตรวจเลือด ImmunoCAP ของ Phadia หรือการตรวจด้วยวิธีสะกิด (skin prick test) เพราะประวัติการรักษาอย่างเดียวยังไม่เพียงพอต่อการวินิจฉัยโรค การตรวจเลือดจะช่วยเปิดเผยสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้ ช่วยยืนยันว่าแพ้หรือไม่แพ้อาหาร ทำให้ไม่ต้องเข้ารับการรักษาหรือควบคุมอาหารโดยไม่จำเป็น เนื่องจากการงดอาหารจะส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอาจทำให้ผู้ป่วยขาดสารอาหารและเติบโตไม่สมวัย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงหากทำได้ โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ NICE ยืนยันว่าการตรวจเลือดและการตรวจด้วยวิธีสะกิดต่างคุ้มค่าพอๆกันเมื่อเทียบกับการไม่ตรวจเลย

NICE แนะนำว่าควรทำการตรวจด้วยวิธีสะกิดเฉพาะเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเครื่องมือพร้อมสำหรับรักษาอาการแพ้เท่านั้น เนื่องจากการตรวจด้วยวิธีสะกิดอาจทำให้อาการแพ้กำเริบได้ นอกจากนั้น NICE ยังกล่าวว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลสุขภาพที่ทำการทดสอบไม่ว่าจะด้วยวิธีใด ควรมีความสามารถและตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการทดสอบ

– “เราขอน้อมรับแนวทางที่มีความชัดเจนเหล่านี้ ซึ่งเสนอแนะให้มีการตรวจอาการแพ้อาหารในระดับปฐมภูมิ เด็กและเยาวชนที่อาจเป็นโรคแพ้อาหารจะได้รับการวินิจฉัยที่แม่นยำและทันท่วงที ด้วยวิธีการตรวจที่เหมาะสมกับอาการของแต่ละคน เรื่องนี้สำคัญมากเนื่องจากการแพ้อาหารเป็นอาการที่ร้ายแรงซึ่งก่อให้เกิดความวิตกกังวลในครอบครัว แต่อาการนี้สามารถจัดการได้หากได้รับการวินิจฉัยอย่างถูกต้อง” แมนดี้ อีสต์ (Mandy East) จาก National Allergy Strategy Group กล่าว

การตรวจเลือดสามารถทำได้อย่างง่ายดาย ไม่ซับซ้อน ปลอดภัย และเชื่อถือได้ ต่างจากการตรวจด้วยวิธีสะกิด โดยการตรวจเลือดสามารถทำได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงอายุ สภาพผิว ยาที่ใช้รักษา อาการของโรค กิจกรรมของโรค หรือการตั้งครรภ์ของผู้ป่วย นอกจากนั้นยังอาจให้ข้อมูลเกี่ยวกับสาเหตุของการแพ้ที่ละเอียดกว่าด้วย

– “แนวทางของ NICE ที่แนะนำให้มีการตรวจการแพ้อาหาร เช่น การตรวจเลือดด้วยชุดตรวจเลือด ImmunoCAP เป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งสำหรับเด็กและเยาวชนที่อาจเป็นโรคแพ้อาหาร การตรวจเลือดจะช่วยให้แพทย์สามารถยืนยันหรือปฏิเสธได้ว่าเด็กแพ้อาหารหรือไม่ ทำให้ไม่ต้องเข้ารับการรักษาหรือควบคุมอาหารโดยไม่จำเป็น เรารู้สึกยินดีที่แนวทางต่างๆเกี่ยวกับการแพ้อาหารได้เสนอแนะให้มีการตรวจเลือดเพื่อวินิจฉัยโรคแพ้อาหาร” จีน ฟอร์โชเน (Jean Forcione) หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Phadia AB กล่าว

ทั้งนี้ แนวทางแก้ปัญหาการแพ้อาหารของสถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐ (NIH) เมื่อเดือนธันวาคม 2553 ก็ได้ให้การยอมรับในคุณประโยชน์ของชุดตรวจเลือด ImmunoCAP ขณะดียวกัน European Academy of Allergy and Clinical Immunology (EAACI) ก็ประกาศว่าจะพัฒนาแนวทางสำหรับการวินิจฉัยและจัดการโรคแพ้อาหาร

               เกี่ยวกับ Phadia
               บริษัท Phadia AB เป็นผู้พัฒนา ผลิต และจัดจำหน่ายระบบตรวจเลือดแบบครบวงจร เพื่อรองรับการวินิจฉัยและตรวจโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคแพ้ภูมิตัวเอง ภาระกิจหลักของเราคือการพัฒนาวิธีจัดการโรคภูมิแพ้ โรคหืด และโรคแพ้ภูมิตัวเอง ด้วยการจัดหาความรู้ความเชี่ยวชาญทางคลินิกและเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัยให้กับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ เราเป็นผู้จัดชุดตรวจโรคภูมิแพ้ให้กับห้องทดลองกว่า 7 ใน 10 แห่งของทั้งหมดทั่วโลก และเป็นผู้จัดชุดตรวจโรคแพ้ภูมิตัวเองให้กับห้องทดลอง 4 ใน 10 แห่งจากทั้งหมดทั่วยุโรป

               สามารถดูข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางใหม่ของ NICE ได้ที่ http://guidance.nice.org.uk/CG116

               สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Phadia หรือ ImmunoCAP ได้ที่ http://www.phadia.com

               สื่อกรุณาติดต่อ:
               อูล์ฟ บลาดิน (Ulf Bladin)
               รองประธานฝ่ายการตลาด สื่อสารองค์กร และกิจการวิทยาศาสตร์
               โทร: +46-18-16-50-00
               อีเมล: ulf.bladin@phadia.com

               แหล่งข่าว: Phadia

               AsiaNet 43418