วีสทีออน (Visteon) เสร็จสิ้นกระบวนการฟื้นฟูกิจการและหลุดพ้นจากกระบวนการของกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 ด้วยโครงสร้างทุนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

แวน บูเรน ทาวน์ชิป, รัฐมิชิแกน, 2 ตุลาคม 2010 /พีอาร์นิวส์ไวร์ – เอเชียเน็ท/–

ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตด้วยสายผลิตภัณฑ์ และรากฐานทั่วโลกที่แข็งแกร่ง

วีสทีออน คอร์ปอเรชั่น (Visteon Corporation) ได้ประกาศวันนี้ว่า บริษัทได้เสร็จสิ้นการฟื้นฟูกิจการและหลุดพ้นจากกระบวนการของกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 ของประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ในขณะนี้ บริษัทกำลังอยู่ใน
ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตที่ให้ผลกำไรและยั่งยืน เนื่องด้วยโครงสร้างทุนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของบริษัท

(โลโก้: http://www.newscom.com/cgi-bin/prnh/20001201/DEF008LOGO )
(โลโก้: http://photos.prnewswire.com/prnh/20001201/DEF008LOGO )

วีสทีออน (Visteon) ซึ่งได้รับการยืนยันจากศาลล้มละลายของประเทศสหรัฐอเมริกาในวันที่ 31 สิงหาคมหลังจากได้รับการรับรองอย่างเป็นเอกฉันท์จากคณะเจ้าหนี้และผู้ถือหุ้นทุกรายได้ดำเนินการตามเงื่อนไขของแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท
ครบทุกข้อแล้ว วีสทีออน (Visteon) ฟื้นกลับมาพร้อมกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นและหนี้สินรวมที่ต่ำกว่าในช่วงที่บริษัทและบริษัทในเครือของบริษัทบางแห่งยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 ในประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2009 โดยความสมัครใจประมาณ 2.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายโดนัลด์ เจ สเตบบินส์ (Donald J. Stebbins) ซึ่งเป็นประธานกรรมการ หัวหน้าผู้บริหารอาวุโส และประธานบริษัทกล่าวว่า “วันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นใหม่สำหรับวีสทีออน (Visteon) ซึ่งเป็นโอกาสที่จะได้ใช้ประโยชน์จากการปรับปรุงด้าน
การดำเนินงานและการเงินหลากหลายประการที่มีการดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนและในระหว่างกระบวนการฟื้นฟูกิจการอย่างเต็มที่” และกล่าวอีกว่า “กระผมขอขอบคุณพนักงานของเราที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยตลอดกระบวนการฟื้นฟูกิจการของเรา นอกจากนี้ กระผมยังขอขอบคุณลูกค้า ผู้ผลิตและจำหน่าย ผู้ถือหุ้นที่มีหลักประกัน ผู้ถือหุ้นกู้ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นๆ ของเราเป็นอย่างยิ่งสำหรับการสนับสนุนของพวกเขาตลอดกระบวนการที่ยากลำบากนี้”

วีสทีออน (Visteon) ได้ปรับปรุงโครงสร้างทุนและต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญในระหว่างกระบวนการของกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 โดยการลดหนี้สินรวมจากประมาณ 2.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ เวลาที่ยื่นคำร้องขอจนเหลือประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะนี้ – ซึ่งเป็นระดับที่ทำให้วีสทีออน (Visteon) มีความสามารถในการแข่งขันสูงในอุตสาหกรรมของผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ลำดับที่ 1

นายสเตบบินส์ (Stebbins) กล่าวว่า “วีสทีออน (Visteon) โฉมใหม่นี้จะเน้นให้ความสำคัญที่สายผลิตภัณฑ์ที่แข็งแกร่งสี่กลุ่ม – เครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ตกแต่งภายในห้องโดยสาร และอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่าง” และ
กล่าวอีกว่า “เรามีรากฐานด้านการผลิตและวิศวกรรมศาสตร์ทั่วโลกที่โดดเด่นที่มีความแข็งแกร่งอย่างยิ่งในตลาดที่เติบโตเร็วในภูมิภาคเอเชีย ยุโรปตะวันออก และประเทศบราซิล เรามีฐานพนักงานที่มีประสบการณ์และพรสวรรค์ และเสริมความแข็งแกร่ง
ด้วยพันธมิตรร่วมทุนและพันธมิตรทางธุรกิจที่แข็งแกร่งที่จะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในตลาดยานยนต์หลักของโลก”

เอกสารต่างๆ ที่ยื่นต่อศาล ซึ่งรวมถึง แผนฟื้นฟูกิจการของวีสทีออน (Visteon) และคำแถลงเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องมีให้อ่านที่เว็บไซต์ http://www.kccllc.net/visteon

วีสทีออน คอร์ปอเรชั่น (Visteon Corporation) คือ ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์ระดับโลกรายหนึ่งที่ออกแบบ กำหนดโครงสร้าง และผลิตเครื่องปรับอากาศ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ตกแต่งภายในห้องโดยสาร และอุปกรณ์ไฟฟ้าแสงสว่างที่ใช้นวัตกรรมใหม่ล่าสุดสำหรับผู้ผลิตยานยนต์ บริษัทมีโรงงานอยู่ใน 26 ประเทศและมีบุคลากรประมาณ 26,000 คน พร้อมทั้งมีสำนักงานตั้งอยู่ในแวน บูเรน ทาวน์ชิป รัฐมิชิแกน (ประเทศสหรัฐอเมริกา) เมืองเซี่ยงไฮ้
ประเทศจีน และเมืองเชล์มสฟอร์ด ประเทศอังกฤษ คุณสามารถทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.visteon.com

ข้อมูลที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต
ข่าวสารบริษัทฉบับนี้ประกอบด้วย “ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคต” ตามความในกฎหมายปฏิรูปการฟ้องร้องคดีหลักทรัพย์ส่วนบุคคลปี 1995 ข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตมิได้รับประกันผลลัพธ์และเงื่อนไขต่างๆ ในอนาคต แต่ผลลัพธ์และเงื่อนไขต่างๆ มักขึ้นอยู่กับปัจจัย ความเสี่ยง และความไม่แน่นอนหลายประการที่สามารถทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงของเราแตกต่างจากที่ระบุไว้ในข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตเหล่านี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
ปัจจัยความเสี่ยง และความไม่แน่นอนต่างๆ ดังต่อไปนี้

– ผลกระทบเชิงลบจากการดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 ที่อาจ
เกิดขึ้นได้กับธุรกิจสภาพทางการเงิน หรือผลประกอบการของเรา ซึ่งรวมถึง
ความสามารถในการดำเนินการตามสัญญาของเราและความสามารถในการรักษา
ความสัมพันธ์กับลูกค้าและผู้ขายที่มีความสำคัญต่อธุรกิจของเรา และ
การกระทำและการตัดสินใจของเจ้าหนี้และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องรายอื่นๆ
ในการดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 ของเรา
– ความสามารถในการรักษาสภาพคล่องที่ใช้ในการดำเนินการในระหว่าง
การดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 และที่ใช้ในแผนฟื้นฟูกิจการและ
หลังจากนั้น ซึ่งรวมถึง การได้รับสินเชื่อที่ใช้ใน “การฟื้นฟูกิจการ” ใน
จำนวนที่เพียงพอ การรักษาข้อตกลงปกติที่ทำกับผู้ขายและผู้ให้บริการ
ในระหว่างการดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 และการปฏิบัติตาม
ข้อตกลงร่วมและข้อตกลงอื่นๆ ในสัญญาทางการเงินของเรา
– ความสามารถในการได้รับอนุญาตจากศาลเกี่ยวกับการร้องขอต่างๆ ใน
การดำเนินการตามกฎหมายล้มละลาย มาตรา 11 ที่มีการยื่นขอเป็นครั้งคราว และ
ความสามารถในการทำธุรกรรมทุกรายการตามแผนฟื้นฟูกิจการของเราให้แล้วเสร็จ
หรืออาจมีเงื่อนไขกำหนดไว้สำหรับการบรรลุแผนดังกล่าว
– สภาพการณ์ภายในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งรวมถึง (i) ปริมาณการผลิตยานยนต์และ
กำหนดเวลาของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปริมาณการผลิตยานยนต์ของ
ฟอร์ด (Ford) และฮุนได-เกีย (Hyundai-Kia) (ii) สถานะทางการเงินของลูกค้าหรือ
ผู้ผลิตและจำหน่ายของเรา และผลกระทบจากแผนปรับโครงสร้างหรือแผนฟื้นฟู
กิจการที่ลูกค้าหรือผู้ผลิตและจำหน่ายของเราอาจได้รับ หรือการหยุดงานของ
ลูกค้าหรือผู้ผลิตและจำหน่ายของเรา และ (iii) ความเป็นไปได้ในการหยุดจัดหา
สินค้าต่างๆ ให้เราหรือลูกค้าของเราเนื่องจากการประสบปัญหาทางการเงินหรือ
การหยุดงาน
– การได้รับธุรกิจใหม่และธุรกิจที่ทดแทนธุรกิจเดิมที่มิได้แสดง
ให้เห็นถึงคำสั่งซื้อของบริษัทหรือความยึดมั่นต่อบริษัทของลูกค้า แต่
การประสบความสำเร็จดังกล่าวยึดสมมติฐานหลากหลายประการเป็นหลัก ซึ่ง
รวมถึง ระยะเวลาและความต่อเนื่องของการเปิดตัวสินค้า ระดับการผลิต
ยานยนต์ การลดราคาของลูกค้า และอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ
– สภาพเศรษฐกิจทั่วไป ซึ่งรวมถึง การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยและราคาน้ำมัน
เชื้อเพลิง ระยะเวลาและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภายในองค์กร
การลดพนักงาน การควบรวมกิจการหรือการขายหรือโอนกิจการ และผลกระทบจาก
ข้อบังคับเกี่ยวกับเงินบำนาญและผลประโยชน์อื่นๆ ที่พนักงานได้รับหลัง
การเลิกจ้างงาน
– การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน และความสามารถในการทดแทนหรือ
ชดเชยต้นทุนต่างๆ เหล่านี้ การเพิ่มการรับประกัน ความรับผิด
ต่อผลิตภัณฑ์ และต้นทุนในการเรียกคืนสินค้า หรือผลการดำเนินการทางกฎหมาย
หรือตามข้อบังคับที่ใช้กำกับดูแล ซึ่งเราเป็นหรืออาจเป็นคู่ความ และ
– ปัจจัยต่างๆ ที่ระบุไว้ในเอกสารต่างๆ ของเราที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับ
หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC) (ซึ่งรวมถึง รายงานประจำปีของเราใน
แบบฟอร์ม 10-K สำหรับ ปีงบประมาณที่สิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2009)

มูลค่าหนี้สิน หุ้นสามัญ และ/หรือหลักทรัพย์อื่นๆ ที่มีอยู่ก่อนการยื่นขอฟื้นฟูกิจการของเรานั้นมีความไม่แน่นอนสูงและอาจมีการจำกัดดังที่ระบุไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการของเรา ดังนั้น เราจึงขอให้ใช้ความระมัดระวังในการลงทุนในหนี้สิน และ/หรือหลักทรัพย์ใดๆ ทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและจะมีในอนาคต และไม่ควรยึดถือข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตมากจนเกินไป เนื่องจากข้อความที่มีลักษณะเป็นการคาดการณ์ในอนาคตดังกล่าวจะแสดงทัศนะของเรา ณ วันที่ประกาศข้อความนี้เท่านั้น และเราไม่มีหน้าที่ในการแก้ไขปรับปรุงข้อความให้เป็นปัจจุบันแต่อย่างใด

แหล่งข่าว Visteon Corporation

ติดต่อ: สื่อ: อเมริกาเหนือ: จิม ฟิชเชอร์ (Jim Fisher)
+1-734-710-5557
jfishe89@visteon.com
เอเชียแปซิฟิก: อันนูค รัฟโฟ ลีดุค (Annouk Ruffo Leduc)
+86-21-6192 9824
aruffole@visteon.com
ยุโรป: จอนนา คริสเตนเซ่น (Jonna Christensen)
+44-1245-395-038
jchris18@visteon.com
อเมริกาใต้: อเลสซานดร้า ซิลวา (Alessandra Silva)
+55-11-2678-7820
asilva49@visteon.com
หรือนักลงทุน:
ไมเคิล ลูวิส (Michael Lewis)
+1-734-710-5800
investor@visteon.com