แวลู ครีเอชั่น อิงค์ และ บีเอ เอนเนอร์จี อิงค์ ยื่นเรื่องขอขุดบ่อน้ำมันแบบ SAGD และพัฒนาแหล่งไทรสตาร์ทางภาคใต้ของฟอร์ทแมคเมอร์เรย์ ในอัลเบอร์ตา

คัลการี, 28 มิถุนายน / ซีเอ็นดับเบิลยู – เอเชียเน็ท / –

/ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้หรือข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ ไม่ได้มีการตีพิมพ์ และอาจไม่ได้รับการเผยแพร่โดยตรงหรือโดยอ้อมในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือในเขตอำนาจรัฐใดก็ตามที่การกระทำดังกล่าวจะเป็นการละเมิดกฎหมายของเขตอำนาจนั้น/

แวลู ครีเอชั่น อิงค์ หรือ วีซีไอ (Value Creation Inc.: VCI) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท แวลู ครีเอชั่น กรุ๊ป (Value Creation Group) และบริษัทในเครืออย่าง บีเอ เอนเนอร์จี อิงค์ หรือ บีเออี (BA Energy Inc.: BAE) ได้ยื่นเอกสารต่อคณะกรรมการอนุรักษ์แหล่งพลังงาน (Energy Resources Conservation Board: ERCB) เพื่อขออนุญาตขุดบ่อน้ำมันแบบ Steam Assisted Gravity Drainage (SAGD) กำลังการผลิต 1,000 บาร์เรล/วัน พร้อมทำโครงการนำร่องเพื่อพัฒนาแหล่งไทรสตาร์ (TriStar) บนพื้นที่ทรายน้ำมันอะธาบาสก้า (Athabasca) ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากฟอร์ทแมคเมอร์เรย์ รัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ไปทางทิศใต้ราว 14 กิโลเมตร โดยแหล่งไทรสตาร์มีบิทูเมน (bitumen) ที่สามารถนำมาใช้ได้กว่า 2 พันล้านบาร์เรล ซึ่งสามารถนำมาผลิตน้ำมันได้ราว 200,000 บาร์เรล/วันเป็นเวลาหลายสิบปี

โครงการดังกล่าวจะมีการสร้างบ่อกักเก็บน้ำมันคุณภาพสูงสำหรับแหล่งไทรสตาร์ และยังแสดงให้เห็นถึงประโยชน์อันยิ่งยวดของการผสมผสานการขุดบ่อน้ำมันแบบ SAGD เข้ากับเทคโนโลยีอัพเกรดของวีซีไอ ซึ่งสามารถอัพเกรดบิทูเมนอิมัลชั่นเหนือบ่อน้ำมันได้โดยตรง การผสมผสานดังกล่าวจะช่วยลดความซับซ้อนของกระบวนการลง ทำให้เกิดความได้เปรียบในเรื่องต้นทุนการดำเนินงาน อีกทั้งยังช่วยลดการปล่อยก๊าซพิษและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

โครงการนี้เป็นส่วนสำคัญของโครงการธุรกิจพิเศษซึ่งประกอบด้วยโครงการต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นตามลำดับ และถูกสร้างขึ้นเพื่อการบริหารงานอย่างฉับไว รวมถึงการบริหารด้านการเงินและความเสี่ยงอย่างรอบคอบ “เราขอเรียกโครงการนี้ว่า Value Creation In Motion (VcIM) ความมุ่งมั่นของเรากำหนดชะตาของเรา” ดร.โคลัมบา เยือง (Dr.Columba Yeung) ประธานและซีอีโอของแวลู ครีเอชั่น กรุ๊ป กล่าว

โครงการ VcIM เป็นหนึ่งในสามของธุรกิจคู่ขนานของวีซีไอ สำหรับธุรกิจอีกสองอย่างประกอบด้วย

– การสร้างความร่วมมือกับบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของโลกในการพัฒนาแหล่งทรายน้ำมันแตร์ เดอ กราซ (Terre de Grace) ซึ่งมีบิทูเมนจำนวนมหาศาล ตามที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา โดยโครงการกึ่งพาณิชย์ซึ่งมีกำลังการผลิต 10,000 บาร์เรล/วันโครงการนี้ได้รับการอนุมัติแล้ว
– การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของวีซีไอ รวมถึงบริษัทพันธมิตรและลูกค้า โดยบีเออีซึ่งเป็นบริษัทลูกของวีซีไอได้รับอนุญาตให้ดำเนินโครงการ Merchant Upgrader ซึ่งมีกำลังการผลิต 260,000 บาร์เรล/วัน และตั้งอยู่ใน Heartland Industrial Area ซึ่งเป็นศูนย์กลางการขนส่งน้ำมันจากอัลเบอร์ตาไปยังอเมริกาเหนือและกลุ่มประเทศแถบมหาสมุทรแปซิฟิกในอนาคต

หมายเหตุถึงบรรณาธิการ

–  แวลู ครีเอชั่น อิงค์ เป็นบริษัทเอกชนสัญชาติแคนาดาซึ่งมุ่งพัฒนาทรัพยากรทรายน้ำมันขนาดใหญ่ที่บริษัทถือครองอยู่ให้กลายเป็นองค์กรด้านทรายน้ำมันแบบครบวงจร นอกจากนั้นยังสนับสนุนให้เกิดการใช้เทคโนโลยีซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทในการพัฒนาทรัพยากร
–  บีเอ เอนเนอร์จี บริษัทในเครือวีซีไอ เป็นเจ้าของพื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญขนาดใหญ่ซึ่งมีพื้นที่กว่า 1,000 เอเคอร์ ในแหล่งน้ำมันฮาร์ทแลนด์ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเอ็ดมอนตัน (Edmonton) พร้อมด้วยท่อส่งน้ำมันหนัก (heavy oil) ขนาดใหญ่จากแหล่งทรายน้ำมันขนาดใหญ่ทั้ง 3 แห่ง รวมถึงท่อส่งน้ำมันดิบไปยังตลาดสหรัฐ
– SAGD เป็นกระบวนการฟื้นฟูแหล่งกำเนิดความร้อนด้วยการใช้บ่อแนวนอนเป็นคู่ โดยบ่อผลิตแนวนอนจะถูกตั้งไว้ใกล้กับก้นบ่อกักเก็บน้ำมัน จากนั้นจะมีการฉีดไอน้ำเข้าไปในบ่อแนวนอนบ่อที่สองที่ตั้งอยู่เหนือบ่อแรก ทำให้น้ำมันดิบมีความร้อนและไหลไปได้ น้ำมันดิบและไอน้ำความเข้มข้นสูงซึ่งได้รับอิทธิพลจากแรงดึงดูดของโลกจะทำให้บ่อที่อยู่ด้านล่างแห้งและน้ำมันจะไหลขึ้นมาทางบ่อที่เชื่อมกับพื้นผิวโลก
– เทคโนโลยีการอัพเกรดของวีซีไอประกอบด้วยกระบวนการ 2 ขั้นตอน ขั้นตอนแรกคือ กระบวนการ Accelerated Decontamination (“ADC(TM)”) ซึ่งเป็นการสกัดน้ำมันดิบที่มีความร้อนและแยกน้ำออกจากบ่อน้ำมัน SAGD ได้โดยตรง รวมถึงผลิตน้ำมันที่ขจัดสิ่งเจือปนออกไปแล้ว (“DCO”) ทำให้ได้น้ำมันหนักที่ได้มีคุณภาพและมีค่าแอสฟัลทีน (asphaltene) เจือปนอยู่เพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ น้ำมัน DCO จะเหลือตัวทำละลายอยู่เพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอยู่เลย ขณะที่สารแอสฟัลทีนซึ่งถูกสกัดออกมาสามารถนำไปจำหน่ายเป็นเชื้อเพลิงอัดแข็ง หรือนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตไอน้ำ ส่วนน้ำที่ผลิตได้จากกระบวนการนี้จะมีส่วนประกอบของน้ำมันเหลืออยู่น้อยมาก ซึ่งในขั้นตอนนี้จำเป็นต้องมีการสกัดน้ำมันออกก่อนที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการบำบัดน้ำและการผลิตไอน้ำต่อไป
            – ขั้นตอนที่สองเรียกว่า กระบวนการ Ultra Selective Pyrolysis (“USP(TM)”) ซึ่งกระบวนการนี้สามารถทำได้ทั้งการผลิตน้ำมันดิบสังเคราะห์ และผลิตตัวทำละลายผ่านการแยกตะกอนในระหว่างการกลั่น DCO ที่อุณหภูมิสูง ทั้งนี้ USP(TM) สามารถผลิตเป็นก๊าซสังเคราะห์สำหรับใช้เพื่อการผลิตไอน้ำ ขณะที่ผลิตภัณฑ์ถ่านโค้กและยิปซั่มสามารถนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในเชิงพาณิชย์

แถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า
ข้อมูลในข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้เป็นข้อมูลระหว่างการเตรียมงานและจัดทำขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกเท่านั้น ดังนั้น วีซีไอจึงไม่ขอรับรองความถูกต้องสมบูรณ์ของข้อมูลในข่าวนี้ นอกจากนั้น วีซีไอยังไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบหากมีการนำข้อมูลจากข่าวนี้ไปใช้ รวมถึงข้อเขียนและการสื่อสารทางคำพูดที่บริษัทหรือตัวแทนอ้างถึงเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับข่าวนี้ ขณะเดียวกันข่าวนี้ไม่จำเป็นต้องมีข้อมูลครบถ้วนทุกอย่างตามที่ผู้อ่านต้องการ ดังนั้นผู้อ่านต้องแบกรับความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียวหากนำข้อมูลในข่าวไปอ้างอิง และมีเพียงข้อมูลที่ได้รับการรับรองแล้วซึ่งอาจระบุอยู่ในข้อตกลงที่ได้รับการสรุปขั้นสุดท้ายและมีผลบังคับใช้แล้วเท่านั้นที่จะมีผลตามกฎหมาย นอกจากนั้นข่าวนี้ยังไม่ได้เป็นการโฆษณาหรือเสนอขายหุ้นของวีซีไอแต่อย่างใด ทั้งนี้ ข้อความบางข้อความในข่าวนี้เป็นแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า ซึ่งมีทั้งความเสี่ยงและความไม่แน่นอนที่อาจทำให้ผลลัพธ์ที่แท้จริงออกมาแตกต่างจากที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้นจึงไม่มีการรับประกันว่าสิ่งที่กล่าวไว้ในแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้าจะเกิดขึ้นจริง หรือหากสิ่งที่กล่าวไว้เกิดขึ้นจริงก็ไม่สามารถรับรองได้ว่าวีซีไอจะได้รับประโยชน์อะไรบ้าง นอกจากนั้นวีซีไอยังไม่จำเป็นต้องอัพเดทหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลในแถลงการณ์คาดการณ์ล่วงหน้า แม้ว่าจะมีผลลัพธ์ ข้อมูล เหตุการณ์ใหม่ๆ หรืออะไรเกิดขึ้นก็ตาม

แหล่งข่าว: แวลู ครีเอชั่น อิงค์

ติดต่อ: +1 403.539.4500