วันมะเร็งโลก 4 กุมภาพันธ์ 2553 เน้นให้ความรู้เรื่องการติดเชื้อที่อาจนำไปสู่การเป็นมะเร็ง

            เจนีวา–28 ม.ค.–พีอาร์นิวส์ไวร์ – เอเชียเน็ท / อินโฟเควสท์

สมาคมต่อต้านโรคมะเร็งสากล (UICC) กระตุ้นให้ประชาคมโลกตระหนักถึงการติดเชื้อต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การเกิดมะเร็ง

สมาคมต่อต้านโรคมะเร็งสากล (UICC) เปิดตัวแคมเปญใหม่ที่มีแนวคิดหลักว่า “มะเร็งก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน” ก่อนที่จะถึงวันมะเร็งโลกในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ซึ่งแคมเปญดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากรายงานฉบับใหม่ล่าสุดในหัวข้อ “การป้องกันมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อ” ซึ่งเน้นไปที่การติดเชื้อ 9 ชนิดที่สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งได้

ท่านสามารถชมข่าวประชาสัมพันธ์ในรูปแบบมัลติมีเดียได้ที่ http://multivu.prnewswire.com/mnr/prne/uicc/40774

“ในแต่ละปีผู้คนราว 12 ล้านคนทั่วโลกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง และราว 20% ในจำนวนนี้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียซึ่งนำไปสู่การเป็นมะเร็งโดยตรงหรือเพิ่มความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง” ศจ.เดวิด ฮิลล์ ประธานสมาคมต่อต้านโรคมะเร็งสากล กล่าว “ดังนั้นในวันมะเร็งโลกประจำปีนี้ ทางสมาคมซึ่งมีองค์กรสมาชิกกว่า 300 แห่งใน 100 ประเทศทั่วโลก จึงให้ความสำคัญกับการกระตุ้นให้ประชาคมโลกตระหนักถึงการติดเชื้อต่างๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็ง”

โรคมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียสามารถป้องกันได้ด้วยหลายวิธี อาทิ การฉีดวัคซีน การเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิต การสร้างพฤติกรรมที่ปลอดภัย และการควบคุมด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งวิธีการดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้ทั่วโลก

ปัจจุบันมีการพัฒนาวัคซีนซึ่งมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคมะเร็ง ได้แก่ วัคซีน HPV ซึ่งสามารถป้องกันมะเร็งปากมดลูก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอันดับ 3 ที่ทำให้ผู้ป่วยหญิงที่เป็นมะเร็งเสียชีวิต รวมถึงวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งเป็นสาเหตุของมะเร็งตับ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักอันดับ 3 ที่ทำให้ผู้ป่วยชายที่เป็นมะเร็งเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีมาตรการป้องกันเหล่านี้อยู่ แต่พบว่าอัตราการเกิดมะเร็งจากการติดเชื้อในประเทศที่มีรายได้ต่ำและประเทศที่มีรายได้สูงยังแตกต่างกัน (26% ต่อ 8%) อีกทั้งยังเกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโครงการป้องกันและการดูแลรักษาต่างๆ นอกจากนั้นกว่า 80% ของผู้เสียชีวิตจากมะเร็งปากมดลูกยังอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา และแม้แต่ประเทศที่มีเทคโนโลยีสูงแล้วก็ยังมีอุปสรรคมากมาย เนื่องจากผู้คนยังไม่ตระหนักถึงความสำคัญของโรคและระบบสาธารณสุขก็ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ดูได้จากโครงการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีที่มีการให้บริการไม่เท่ากันในแต่ละประเทศทั่วโลก

“เราต้องกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักรู้ว่าการติดเชื้อสามารถนำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งได้” แครี่ อดัมส์ ซีอีโอของสมาคมต่อต้านโรคมะเร็งสากล กล่าว “คณะกรรมการกำหนดนโยบายและผู้มีอำนาจในแต่ละประเทศทั่วโลกควรบังคับให้มีการฉีดวัคซีนเพื่อรักษาชีวิตของผู้คน และควรให้ความรู้กับชุมชนเกี่ยวกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่เหมาะสมและการควบคุมตนเองเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็ง”

การป้องกันตนเองจากโรคมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อเป็นหนึ่งในหัวข้อหลักภายใต้แคมเปญ “มะเร็งก็สามารถป้องกันได้เช่นกัน” ซึ่งแคมเปญดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนตระหนักว่าเราสามารถลดโอกาสการเกิดมะเร็งได้สูงสุดถึง 40% แค่เพียงเราเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตและใช้วิธีควบคุมต่างๆ อาทิ การฉีดวัคซีน การออกกำลังกาย การกินอาหารที่มีประโยชน์ การดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง การถูกแดดน้อยลง และการสูบบุหรี่ให้น้อยลง “เราจำเป็นต้องพัฒนาโครงการระดับชาติเพื่อกระตุ้นให้ผู้คนรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งและการป้องกันมะเร็ง” ดร.อลา อัลวัน ผู้ช่วยผู้อำนวยการขององค์การอนามัยโลก (WHO) กล่าว

แคมเปญระดับโลกนี้จะได้รับการสนับสนุนโดยแคมเปญในรูปแบบดิจิตอลซึ่งเน้นให้ความรู้เรื่อง 6 วิธีการหลักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการควบคุมตนเอง

ทั้งนี้ เอกสารสำหรับสื่อ ซึ่งรวมถึงรายงานแคมเปญมะเร็งโลก 2010 ในหัวข้อ “การป้องกันมะเร็งที่เกิดจากการติดเชื้อ” สามารถดูได้ที่ http://www.worldcancercampaign.org

               สื่อกรุณาติดต่อ
               โซฟี แลร์ด จาก Cohn & Wolfe public relations
               โทร: +41-22-908-4073
               อีเมล: sophie.laird@cohnwolfe.com

               แหล่งข่าว: สมาคมต่อต้านโรคมะเร็งสากล